[Fic] TRC - Smiles and secrets # 2
posted on 07 Mar 2009 08:30 by kamigasez
บทที่ 2
“... นั่นแกทำอะไรของแกน่ะ เฮ้ย หยุดนะ!”
“ทำไมล่ะ คุโรปู้? มันสนุกจะตายยยยยย!”
“ยื่นหัวของแกออกไปนอกหน้าต่างรถแล้วน้ำลายไหลเหมือนหมาน่ะสนุกเรอะ?! แกเป็นตัวอะไรกันแน่? อาจารย์สอนเคมีหรือไอ้โง่?!”
“ทั้งคู่แหล่ะ”
คุโรงาเนะกระแทกพวงมาลัยแรงๆและถี่ด้วยหัวของเขา ถ้าพระเจ้ามีอยู่จริง ท่านคงเกลียดเขามากจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะรอยแสยะยิ้มของยัยปีศาจยูโกะและขู่ว่าจะตัดเงินเดือนของเขาครึ่งหนึ่งหากเขาไม่พาอาจารย์เคมีคนใหม่ไปทานข้าวข้างนอก เขาคงไม่พาไอ้ปัญญาอ่อนนี่ออกมาด้วย
ตอนที่เขาพาไฟย์มาที่รถของเขา (จริงๆเขามักขึ้นรถเมล์มาโรงเรียน) ชายหนุ่มก็วิ่งวนไปรอบๆรถเป็นวงกลมและร้องอย่างดีใจ ใช้เวลามากพอดูในการตรวจสอบรถของเขา หลังจาก 7 นาทีของการไล่จับ คว้าเจ้าผมบลอนด์ให้นั่งตรงที่นั่งใกล้คนขับ เขาก็ตัดสินใจออกรถไปยังคาเฟ่หรือร้านอาหารถูกๆ
และตลอดทางมานี้ ไฟย์เข้าไปยุ่งกับกระจกส่องหลัง ตะกายจากที่นั่งข้างหน้าไปที่นั่งข้างหนังซ้ำไปซ้ำมา ทำของในรถของเขายุ่งไปหมด และที่สำคัญ เปิดกระจกรถและยื่นหัวของเขาออกไปยังกระแสลมแรงข้างนอกและยื่นลิ้นออกมา น้ำลายไหลเหมือนหมาโง่ๆตัวหนึ่งในรถ
“คุโรปี้ นายจะเอาแต่เอาหัวโขกพวงมาลัยอย่างนั้นไม่ได้น้า ผลของคนที่เอาหัวโขกพวงมาลัยเป็นเวลานานๆอาจทำให้เกิดอาการตกเลือด ทำให้เซลล์ประสาทหยุดทำงาน ส่งผลให้ระบบในร่างกายหยุดทำงานนะ” ไฟย์พูดอย่างร่าเริงพลางยื่นหัวกลับเข้ามาข้างใน ผมยุ่งเหยิงไปหมด
คุโรงาเนะมองมาทางเขาอย่างงงๆแกมรำคาญ
“หมายความว่านายจะต้องตายแน่ๆ” เขาอธิบาย ยิ้มสดใสให้อีกฝ่าย
ในที่สุด เขาก็ต้องยอมรับ การพาอัจฉริยบุคคลบ้าๆแถมชั่วร้ายที่กำลังสนุกกับการทำลายจิตและความภาคภูมิของเขา เป็นสิ่งที่ทำให้เขาแทบเป็นบ้าจริงๆ เขาถอนหายใจและขับรถต่อ พยายามที่จะรักษาสภาพจิตปกติสุดท้ายของเขาก่อนจะเร่งความเร็ว
--------------------------------------------------------------
หลังจาก 10 นาทีที่ยาวนานที่สุดในชีวิตของคุโรงาเนะ พวกเขาก็มาถึงร้านอาหารซักที ซึ่งเป็นร้านที่พื้นๆและเรียบง่าย แต่อาหารรสชาติดี โซม่าเคยพาเขามาที่นี่และเขาคิดว่าเป็นอีกแห่งหนึ่งที่น่าพอใจ... หรือไม่ถ้าหากคุณต้องอยู่กับคนโรคจิต พวกเขาเลือกโต๊ะที่ตังอยู่มุมร้าน แน่ใจว่าให้ไม่เป็นที่น่าสนใจ
พวกเขาทั้งคู่นั่งอยู่ในความเงียบ ก่อนที่บริกรสาวคนหนึ่งจะเดินเข้ามาและยื่นเมนูให้พวกเขา คุโรงาเนะหยิบมาพลิกดูและเลือกที่จะสั่งเหมือนกับครั้งสุดท้ายที่เขามา บริกรสาวพยักหน้าและจดบางสิ่งลงยนกระดาษโน้ตของเธอก่อนจะหันไปทางไฟย์ คิ้วของคนผมบลอนด์ขมวดเข้าหากันอย่างใช้สมาธิ สายตาชำเลืองไปทางเจ้าหัวบลอนด์ คุโรงาเนะพ่นลมหายใจ แม้ว่าจะยอมรับอย่างลับๆในใจว่าภาพที่เห็น อีกฝ่ายนั้นน่ารักจริงๆ
มันเป็นอย่างนั้นซัก 20 นาที
“ว้อย เห็นแก่พระเจ้าเหอะ!” หนุ่มญี่ปุ่นพูดตะคอกขึ้นและหันไปหาบริกรสาว “เอาเหมือนกันแล้วกัน!”
“ค่ะ ท่าน” บริกรสาวพูดแล้วจดบางสิ่งลงในกระดาษจดอีกครั้งก่อนจะคำนับให้ พลางยิ้มอย่างน่าสงสัย ก่อนจะวิ่งออกไปและหัวเราะคิกคักตลอดทาง คุโรงาเนะหัวหน้ามาหาอีกคนและจ้องเขา
“มันยากนักรึไง? และนายก็ต้องจ่ายส่วนของนายเองด้วยแทนวันนี้ทำให้ฉันแทบตกนรก” เขาพูดอย่างหน้าตาเฉยไปยังเพื่อนร่วมงาน ชายหนุ่มผิวซีดอีกคนแค่ยิ้มให้และบุ้ยปากให้อีกฝ่าย “คุโรตั้นนี่ใจร้ายจริงๆ!”
“คุโรงาเนะเฟ้ย!” เขาตะโกน ส่งผลให้เรียกความสนใจที่เขาไม่ต้องการจากลูกค้าและพนักงานบางคน
“ใจเย็นหน่อยสิ คุโรป้อน อารมณ์สั้นๆของนายมันไม่ช่วยอะไรหรอกนะ” ไฟย์พูด
คุโรงาเนะพ่นลมหายใจและยกมือขึ้นกอดอก “แล้วตกลงนายมาจากไหน? ดูยังไงก็ไม่ใช่คนญี่ปุ่น” เขาพูด พลางหยิบกาแฟของเขาขึ้นมา
“อืม... ฉันมาจากอิตาลีและก็ย้ายมาญี่ปุ่นเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนน่ะ คุณยูโกะใจดีมากพอที่จะชวนฉันให้มาสอนที่โรงเรียนของเธอ ถ้าพิจารณาจากประวัติของฉันแล้วล่ะนะ...” ไฟย์ค่อยๆเบาเสียงลงเรื่อยเมื่อใกล้จบประโยค ไม่อยากที่จะให้อีกฝ่ายรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในห้องแล็ปวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนก่อนหน้านี้
อาจารยะลัเลิกคิ้วขึ้น บางทีเขาอาจกำลังทานข้าวเย็นกับคนวิกลจริตอยู่ก็เป็นได้ “ประวัติอะไร?” เขาถามอย่างระมัดระวัง
“เอะ เฮะๆๆ... รู้มั้ย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันสอน รู้มั้ย ฉันรักวิชาเคมี เพราะฉะนั้นฉันก็เลยชอบผสมของหลายๆอย่างเข้าด้วยกัน แล้วจากนั้นก็ทำมันระเบิด ครั้งสุดท้ายก็ครั้งที่ 80 แล้วมั้ง... หรือ 81 น้า?” อาจารย์เคมีลูบปลายคางอย่างใช้ความคิด ไม่รับรู้ถึงอาจารย์พละที่กำลังตะลึงงัน เขาหันหน้ากลับมาหาอีกฝ่าย ยิ้มอย่างสดใส “นั่นแหล่ะคือเหตุผลที่ฉันโดนไล่ออกจากหลายๆโรงเรียนในโรม เพราะ...เอ่อ การกระทำที่อันตรายน่ะ” คนผลบลอนด์เอื้อมมือไปหยิบน้ำตาลทุกซองบนโต๊ะของพวกเขา (น่าจะซัก... 20 ซองละมั้ง?) ก่อนจะฉีกทุกซองและเทลงไปในกาแฟของเขา จากนั้นเขาก็คว้าเหยือกนมเล็กๆและเทมันทั้งหมดลงไปในเคื่องดื่มและคนให้เข้ากัน
เอาล่ะ คุโรงาเนะแน่ใจว่าเขาคิดถูก เขากำลังทานอาหารเย็นกับเจ้าวิกลจริตนี่ ถ้าเขาเปิดพจนานุกรมเพื่อดูคำอย่าง ‘บ้า’ หรือ ‘คนวิกลจริต’ เขาจะต้องเห็นหน้าของหมอนี่พิมพ์อยู่ข้างๆคำพวกนี้แน่นอน
“80 ครั้ง?! นายเป็นบ้าไปแล้วรึไง?!” เขาขึ้นเสียง “นายอาจจะตายด้วยซ้ำ!” จากนั้นเขาก็จ้องอย่างหวั่นๆไปที่กาแฟเชื่อมของไฟย์ “และนายก็อาจจะตายเพราะไอ้นี่ด้วย!” น้ำเสียงแทบจะเป็นตะโกน เขาชี้ไปที่กาแฟที่ตอนนี้กลายเป็นสีน้ำตาลอ่อน
“อย่าห่วงไปเลยน่ะ! ฉันแน่ว่าน้ำตาลไม่ฆ่าฉันหรอก! ฉันชอบของหวานน่ะ!” แล้วบางอย่างก็สะกิดใจไฟย์อย่างจัง “... นาย... เป็นห่วงฉันหรอ?” เขาถามอย่างระวังระไว
คุโรงาเนะเบิกตาขึ้น ไม่มีทาง เขาถอนหายใจและกอดอกแน่นขึ้น “ทำไมฉันต้องเป็นห่วงเจ้าโง่หัวบลอนด์อย่างนายด้วย! ที่ฉันรู้ทั้งหมดก็คือนายเป็นไอ้โง่คนหนึ่งและมันก็ไม่มีอะไรเกี่ยวกับชีวิตฉันซักนิด!”
สายตาของไฟย์จ้องมาทางเขาอย่างเงียบๆครู่หนึ่ง ก่อนที่แววตาเจ็บปวดจะปรากฎให้เห็น เขารีบกลบใบหน้านั้นด้วยผมสีบลอนด์ที่ปรกลงมาจากการก้มหน้า เพ่งความสนใจไปที่การคนกาแฟของเขา เยี่ยม เขาพึ่งจะมาถึงญี่ปุ่นและตอนนี้ก็มีคนเกลียดเขาเสียแล้ว
จากปฏิกิริยาอย่างรวดเร็วของเพื่อนร่วมงาน คุโรงาเนะจับอาการของอีกฝ่ายได้และก้มหน้าลงอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน หลุมบ่อแห่งความรู้สึกผิดค่อยๆก่อตัวขึ้นภายในจิตสำนึกของเขา เยี่ยม เขาพึ่งจะพบไฟย์และเขาก็พึ่งพูดดูถูกหมอนี่ไปเสียแล้ว ไม่ดีแน่ๆ
ไม่มีใครพูดอะไรอีกจนกระทั่งอาหารมาถึง ทั้งคู่ทานอาหารภายใต้ความเงียบที่น่าอึดอัดและชวนให้เครียด คุโรงาเนะรู้สึกได้ถึงหลุมบ่อที่ขยายตัวใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้นในใจ มันกระตุ้นจะให้เขาพูดอะไรออกมา แต่เขาไม่อยากแม้จะเปิดปาก คุโรงาเนะไม่เคยขอโทษใครมาก่อนนอกจากท่านพ่อและท่านแม่ของเขา และไฟย์ซึ่งดูเหมือนว่าจะรู้สึกได้ ทำให้เขาอยากออกจากที่นี่ เดี๋ยวนี้
เมื่อพวกเขาทานเสร็จ ไฟย์ยืนขึ้นและหันไปจ่ายค่าอาหารในส่วนของเขา แต่คุโรงาเนะคว้าข้อมือของเขาไว้ทันที เรียกการสะดุ้งจากอีกฝ่าย ไฟย์มองเขาด้วยความกลัวและตกใจ
“ฉันจ่ายเอง” เป็นสิ่งที่เขาพูดก่อนจะเดินผ่านไฟย์ไปยังเคาน์เตอร์ คนผมบลอนด์กระพริบตาอย่างงงๆกับคำพูดของเพื่อนร่วมงานก่อนจะจมลงไปในห้วงความคิดแห่งความมืดมน เขาแค่ทำมันเพราะเขารู้สึกเสียใจที่ตะโกนออกมาซะดังขนาดนั้น แต่อย่างน้อยมันไม่ได้หมายความว่าเขาเกลียดฉันนี่นะ เขาถอนหายใจ
หลังจากที่คุโรงาเนะจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาทั้งคู่ก็เดินออกมาจากร้านอาหาร มันมืดเรียบร้อยแล้ว น่าจะประมาณ 2 ทุ่ม และถนนก็เต็มไปด้วยความมืดและสลัว ปกคลุมอันตรายจากการมองเห็น
“ฉันว่าฉันจะเดินกลับบ้านเอง”
คุโรงาเนะหันกลับไปและจ้องหน้าไฟย์ซึ่งกำลังยิ้มอย่างเศร้าสร้อย “ว่าไงนะ?” เขาถาม ไม่แน่ใจว่าเขาได้ยินถูกรึปล่าว
“ฉันคิดว่าฉันจะเดินกลับบ้านเอง” ไฟย์ตอบพลางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า “ฉันหมายความว่า มันดึกแล้วและนายก็น่าจะกลับบ้านได้แล้ว” เขาหันกลับไปยังคุโรงาเนะ “เพราะงั้นฉันจะเดินกลับเอง มันไม่น่าจะไกลนักและ-”
“เจ้าโง่?!” เสียงดังขึ้นขัดเขา เขาจ้องไปยังชายหนุ่มอีกคนที่ตอนนี้กำลังโกรธพลาง งงงัน “ไม่คิดบ้างรึไงว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในความมืด?! ถ้านายเดินไปคนเดียว นายอาจจะถูกทำร้าย หรือแย่กว่านั้นก็โดนฆ่า นายคิดฉันจะปล่อยให้เดินไปยังงั้นเรอะ?!” ไฟย์เปิดปากขึ้นเอ่ยขัดแต่คุโรงาเนะคว้าข้อมือเขาและลากไปยังรถที่จอดอยู่ “ฉันไม่สนว่านายจะพูดอะไร แต่นายจะไม่เดินกลับบ้านตอนมืด มันอันตราย ให้ตายเหอะ! นี่นายไม่คิดถึงความปลอดภัยของตัวเองมั่งเลยรึไง?!” คุโรงาเนะตะโกนใส่ น้ำเสียงเด็ดขาดหยุดไฟย์จากการขัดขืน โดยที่อาจารย์พละไม่รู้ตัว ไฟย์ยิ้มบางๆให้กับเขา
การเดินทางขากลับนั้นเงียบสนิท ไม่มีใครพูดอะไร ไม่มีอะไรจำเป็นต้องพูดออกมา มันเป็นเวลานานซึ่งเงียบอย่างสบายและน่าพอใจขณะที่ไปส่งไฟย์ แต่ละคนรับรู้ถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายและคำที่ไม่ได้พูดออกมา หลังจากรู้ที่อยู่ของไฟย์แล้ว คุโรงาเนะก็แทบหัวใจหยุดเต้นด้วยความตกใจ ทั้งแปลกใจและพอใจ (คุโรงาเนะไม่ชอบความรู้สึกนี้จริงๆ) ไฟย์เป็นเพื่อบ้านคนใหม่ของเขา เขาจำได้ว่ามีบางคนย้ายเข้ามาใหม่เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาแต่ก็อย่างเคย คุโรงาเนะไม่ใส่ใจกับการมีตัวตนอยู่ของคนคนนั้น เขาไม่ใช่เพื่อนบ้านที่เป็นมิตรซักเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ เมื่อมีไฟย์ย้ายมาอยู่ใกล้ๆ...
... ทำไมประกายเล็กๆแห่งความดีใจถึงอยู่ในใจของเขาล่ะ?
คุโรงาเนะไม่ได้บอกไฟย์ว่าพวกเขาเป็นเพื่อนบ้านกัน และเขาก็ไม่อยากบอกด้วย อย่างน้อยก็ตอนนี้ ด้วยนิสัยของหมอนั่น อาจารย์พละแน่ใจว่าไฟย์ต้องรู้เองในภายภาคหน้า เขาหยุดรถเมื่อมาถึงบ้านของคนผมบลอนด์
“นี่ล่ะ ฉันแน่ใจ” เขาพึมพำ ไม่คิดจะหันไปมองชายหนุ่มอีกคนข้างๆเขา
“คุโรปี้?”
“อะไร?” เขาเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจเมื่อแขนคู่หนึ่งเหวี่ยงโอบรอบคอของเขา ไฟย์กอดอาจารย์พละและเอาจมูกดุนเขาครู่เดียว ก่อนจะมองหน้าอีกฝ่าย รอยยิ้มบางปรากฏบนริมฝีปาก
“ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ”
ชั่วอึดใจหนึ่งหลังจากการกอด ไฟย์ถอนมืออกมาจากชายหนุ่มซึ่งกำลังหน้าขึ้นสี และกระโดดลงจากรถ คว้ากุญแจจากกระเป๋ากางเกงและเปิดประตูหน้าบ้าน ไม่สนใจกับเสียงตะโกน “แกทำบ้าอะไรฟะ?!” จากข้างหลังของเขาและปิดประตูลง อาจารย์เคมียิ้มอย่างอบอุ่นทั้งเต้นและหมุนตัวไปยังห้องนอนของเขาก่อนจะทิ้งตัวลงที่เตียง ความรู้สึกอบอุ่นจากการถูกเป็นห่วงกำลังเบ่งบานในใจของเขา
ใช่ ไฟย์เพลิดเพลินกับวันแรกที่วิทยาลับโฮริสึบะจริงๆ
----------------------------------------------------------------
เรื่องนี้จาไม่ออกเเนวxxxxxน้า ^^" คือมันจาออกเนวโรเเมนติกเเล้วก็ความผูกพันมากก่าอ่ะค่ะ ยังไงก้อติดตามน้าค้า > < ขอบคุณพี่มิ้นที่มาปลอบค่ะ ตอนนี้ก้อพอทามจัยได้เเล้ว - - ตอนเเรกร้องไห้หนักมาก เเต่คุณเเม่เค้าบอกว่าถึงร้องยังไงพี่เค้าก้อม่ายฟื้นก้อเลยสงบได้ ยางงายก้อจาเเอดปายค่ะ
พอดีช่วงนี้ยุ่งๆเรื่องงานศพด้วย ถ้าอัพช้ายังไงก้อ ขออภัยนะคะ - -
edit @ 8 Mar 2009 21:49:51 by JupzyberrY